แบบอย่างของผู้ปฎิบัติตามหลักคุณธรรมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ข่าวประชาสัมพันธ์

ขอแสดงความยินดีกับครูศาสนาพัชรพร โชคนที ศิษยาภิบาลคริสตจักรหนองม่วน ที่ได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากนายอำเภอแม่ลาน้อย เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 จากการเป็น แบบอย่างของผู้ปฏิบัติตามหลักคุณธรรมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งอุทิศตนพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

“สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวรางวัล แต่เป็นโอกาสที่ทำให้ชุมชนถูกมองเห็น และทำให้หลายหน่วยงานพร้อมเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาชุมชนมากขึ้นค่ะ”

ครูศาสนาพัชรพร กล่าวถึงรางวัลที่ตนได้รับในครั้งนี้

คริสตจักรหนองม่วนชุมชนแห่งความพอเพียง แบ่งปัน ยั่งยืน

ท่ามกลางขุนเขาและผืนป่าในอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชุมชนหนองม่วนกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจากการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว สู่การสร้างระบบนิเวศและวิถีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมกสิกรรมธรรมชาติ การปลูกพืชผสมผสาน และการปลูกกาแฟอาราบิกา ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้ครัวเรือน แต่ยังช่วยฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวของชุมชนอีกด้วย ซึ่งเบื้องหลังการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือความร่วมมือของคริสตจักรหนองม่วน ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน โดยมีครูศาสนาพัชรพร  โชคนที หรือ “อาจารย์ชิ” เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันสำคัญ

“เราได้ทำโคกหนองนา และกสิกรรมธรรมชาติเรื่อยมา เพื่อที่จะเป็นแบบอย่างให้ชุมชนเกิดความยั่งยืน และให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมในชุมชน จากที่อาชีพหลักของพี่น้องคือพืชเศรษฐกิจพืชเชิงเดี่ยวอย่างเดียว ก็เลยเปลี่ยนเป็นการเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อให้ชาวบ้านมีผลผลิตสามารถขายผลผลิตที่หลากหลายได้ค่ะ”ครูศาสนาพัชรพร โชคนที ศิษยาภิบาลคริสตจักรหนองม่วนกล่าว

จากกสิกรรมธรรมชาติแบบโคกหนองนา สู่การสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน

กว่า 5 ปีที่ผ่านมา คริสตจักรหนองม่วนได้ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและกสิกรรมธรรมชาติ ผ่านการพัฒนาแบบโคกหนองนา การปลูกพืชผักสวนครัว และการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยชาวบ้านเริ่มหันมาปลูกกะหล่ำปลี ฟักทอง แตง ข้าว และพืชท้องถิ่นอื่น ๆ เพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัวก่อน เมื่อเหลือจึงแบ่งปันให้เพื่อนบ้านและชุมชน

“เราเริ่มจากการปลูกกินแล้วก็แบ่งปัน จากนั้นค่อยขายค่ะ เหมือนบันได 9 ขั้นของเศรษฐกิจพอเพียง พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น แล้วหลังจากนั้นก็แบ่งปัน  เก็บไว้เมื่อขาด ถ้าเหลือก็แปรรูปขายแล้วก็เครือข่ายค่ะ”ครูศาสนาพัชรพรอธิบาย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องรายได้ แต่ยังสร้างความมั่นคงทางอาหารและช่วยให้ชาวบ้านสามารถรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

“เราให้ชาวบ้านเห็นภาพของภาวะโลกร้อน ป่าไม้ที่ลดลง และปัญหาน้ำที่กำลังเกิดขึ้น แล้วก็ชวนกลับมามองสวนเอเดนที่พระเจ้ามอบหมายให้มนุษย์ดูแลรักษาโลกใบนี้ พี่น้องสมัยก่อนไม่มีอาหารกิน ก็จะไปขุดเผือกขุดมันกิน เพราะช่วงนั้นไม่มีข้าว ก็เลยทำให้เห็นว่าตอนนี้หลายพื้นที่ของชาวบ้านเริ่มปลูกพืชที่หลากหลาย เวลาเกิดวิกฤตฉุกเฉินชาวบ้านแต่ละคนก็สามารถอยู่ได้นานมากกว่า 2-3 เดือนเลยค่ะ” ครูศาสนาพัชรพรกล่าว

เยาวชนกับบทบาทผู้สืบทอดการฟื้นฟูป่า

นอกจากผู้ใหญ่ในชุมชนแล้ว เยาวชนก็เริ่มมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเช่นกัน ปัจจุบันมีเยาวชนส่วนหนึ่งของคริสตจักรหนองม่วนเริ่มเพาะกล้ากาแฟด้วยตนเอง และนำไปแบ่งปันให้กับชุมชนอื่น ๆ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน

ปลูกกาแฟ ฟื้นป่า สร้างอนาคต

หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของชุมชนในปีนี้ คือการขับเคลื่อนโครงการปลูกกาแฟอาราบิกาเพื่อทดแทนพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีความเสี่ยงด้านราคาตลาด และเมื่อราคาพืชเชิงเดี่ยวตกต่ำต่อเนื่อง หลายครอบครัวจึงเริ่มหันมาสนใจการปลูกกาแฟมากขึ้น เพราะเป็นพืชที่มีตลาดรองรับและสร้างรายได้ในระยะยาว  โดยคริสตจักรหนองม่วนได้รับการสนับสนุนต้นกล้ากาแฟจำนวน 20,000 ต้น จากบริษัทกรีโนเวท จำกัด ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิกาและพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันชุมชนยังรวบรวมต้นกล้ากาแฟที่มีในท้องถิ่นเพิ่มเติมอีก 6,050 ต้น ทำให้มีต้นกล้ากาแฟรวมทั้งสิ้น 26,050 ต้น และปัจจุบันมีครอบครัวที่สนใจเข้าร่วมปลูกกาแฟประมาณ 50 ครอบครัว โดยกระจายปลูกอยู่ในพื้นที่ทำกินของตนเอง รวมพื้นที่ปลูกมากกว่าหนึ่งพันไร่

“เราอยากลดการปลูกข้าวโพดหรือพืชเชิงเดี่ยว แล้วเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กลับคืนมา กาแฟเป็นพืชที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของชุมชน และยังช่วยฟื้นฟูผืนป่าได้ด้วยค่ะ” ครูศาสนาพัชรพรกล่าว

การเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปีนี้ เมื่อผู้ปกครองเด็กในชุมชนลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดลงประมาณ 40% และหันมาปลูกไม้ยืนต้นรวมถึงกาแฟเพิ่มมากขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญของการปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวสู่ระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างรายได้ที่มั่นคงกว่าในระยะยาว นอกจากได้รับต้นกล้ากาแฟแล้ว ภาคีเครือข่ายยังช่วยสนับสนุนองค์ความรู้ ปุ๋ย และการรับซื้อผลผลิต ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจในการลงทุนระยะยาว

เกียรติบัตรแห่งความเพียรและการรับใช้

ผลจากการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาชุมชนและส่งเสริมวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ครูศาสนาพัชรพร โชคนที ได้รับเกียรติบัตรจากนายรัชพล ยาใจ นายอำเภอแม่ลาน้อย ซึ่งเกียรติบัตรดังกล่าวมอบให้แก่บุคคลที่มีคุณธรรมและปฏิบัติตนสอดคล้องกับหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู จนเป็นแบบอย่างแก่สังคม

ก้าวต่อไปของชุมชนหนองม่วน

แม้วันนี้ต้นกาแฟจำนวนมากเพิ่งเริ่มลงดิน แต่ชุมชนหนองม่วนกำลังมองไปไกลกว่านั้น ทั้งในเรื่องการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน การสร้างแบรนด์กาแฟของตนเอง และการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าในอนาคต สิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การฟื้นฟูป่าไม่ได้เริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นจากการปลูกต้นไม้หนึ่งต้น การแบ่งปันผักหนึ่งกำมือ และการร่วมมือกันของผู้คนที่เชื่อว่าความยั่งยืนเป็นสิ่งที่สร้างได้จริง จากต้นกล้ากาแฟกว่า 26,050 ต้นที่กำลังเติบโตบนภูเขาอำเภอแม่ลาน้อยในวันนี้ ไม่ใช่เพียงต้นไม้เศรษฐกิจ แต่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง ที่กำลังหยั่งรากลงสู่อนาคตของชุมชนและผืนป่าอย่างมั่นคง

ความยั่งยืนที่ส่งต่อสู่เด็กและเยาวชน

ความยั่งยืนที่กำลังก่อร่างขึ้นในชุมชนหนองม่วน ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการฟื้นฟูผืนป่าหรือการสร้างรายได้ให้ครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ “โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนแบบองค์รวม” ที่คริสตจักรหนองม่วนได้ดำเนินพันธกิจอย่างต่อเนื่องกับเด็ก ๆ ในชุมชน

เมื่อครอบครัวมีความมั่นคงทางอาหาร มีรายได้ที่สม่ำเสมอ และมีสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เด็กและเยาวชนก็เติบโตขึ้นในบริบทที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เด็ก ได้มีส่วนร่วมในการปลูกพืช การดูแลต้นกาแฟ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการแบ่งปันในชุมชน

ขณะเดียวกัน กระบวนการเหล่านี้ยังช่วยปลูกฝังคุณธรรม ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกในการดูแลสิ่งสร้างของพระเจ้า ให้หยั่งรากลึกในหัวใจของคนรุ่นใหม่ เด็ก ๆ จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้รับประโยชน์จากการพัฒนา แต่เป็น “ผู้สืบทอด” และ “ผู้สร้างความยั่งยืน” ของชุมชนในอนาคต

พันธกิจของคริสตจักรหนองม่วนจึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน และการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างองค์รวม สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างกลมกลืน และเป็นพลังสำคัญที่จะนำพาชุมชนก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในระยะยาว

cithpr@gmail.com

Social Media 

มูลนิธิดรุณาทร

57/7 ซอย 3 ถนนทุ่งโฮเต็ล ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ : 053 266 426 ถึง 9
Email : cithpr@gmail.com