เยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ท่ามกลางชุมชนปกาเกอะญอบนพื้นที่สูงที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับผืนป่าและการเกษตร “โครงการเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คริสตจักรแม่หอย” ได้สร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนก้าวขึ้นมาเรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมปกป้องทรัพยากรของบ้านเกิดอย่างจริงจัง
ชุมชนแม่หอยมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยปลูกข้าวและข้าวโพด ทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาผืนป่าได้เริ่มต้นขึ้นจากการให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ทางโครงการจึงมุ่งพัฒนาเยาวชนให้มีทั้งความตระหนัก ความรู้ และทักษะในการเป็นกำลังสำคัญของชุมชน เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์สู่คนรุ่นต่อไป
แม้ชุมชนแม่หอยจะยังมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่กำลังเผชิญความท้าทายจากการบุกรุกพื้นที่ และปัญหาไฟป่าที่มักลุกลามมาจากพื้นที่ภายนอกซึ่งเชื่อมต่อกับเขตชุมชน ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อความมั่นคงของทรัพยากรป่าไม้ แหล่งน้ำ และวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติในการดำรงชีวิตในอดีต การใช้ประโยชน์พื้นที่อาจไม่ได้แบ่งเขตที่ชัดเจน จึงทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้ทรัพยากรเกินขอบเขตหรือการรุกล้ำพื้นที่อนุรักษ์ และหากชุมชนไม่สามารถจัดการปัญหาด้วยตนเองได้อย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อความเข้าใจและความเชื่อมั่นระหว่างชุมชนกับหน่วยงานภายนอกได้
ด้วยเหตุนี้ คริสตจักรแม่หอยจึงเริ่มดำเนินโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ร่วมกันดูแลทรัพยากรอย่างเป็นระบบ
โครงการเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คริสตจักรแม่หอย มีเป้าหมายสำคัญในการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนตระหนักว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ไม่ใช่เพียงผู้รับประโยชน์จากผืนป่าเท่านั้น อีกทั้งยังมุ่งส่งเสริมการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดขอบเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าใช้สอย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่อยู่อาศัยให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการอนุรักษ์ธรรมชาติ
ในอนาคต โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน คริสตจักรแม่หอย ต้องการพัฒนาเยาวชนให้เป็นแกนนำรุ่นใหม่ที่สามารถเฝ้าระวังไฟป่า ดูแลพื้นที่ป่า สื่อสารกับชุมชน และใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการข้อมูลทรัพยากรของหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน คริสตจักรแม่หอย ได้ดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับบริบทของชุมชน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้



ความเข้มแข็งของโครงการเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนในชุมชน ได้แก่
กิจกรรมทำแนวกันไฟมีเยาวชนเข้าร่วมประมาณ 20–30 คน ต่อกิจกรรม โดยกลุ่มเยาวชนที่ร่วมลาดตระเวน ดับไฟป่า และเดินติดป้ายแนวเขตส่วนใหญ่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เนื่องจากต้องทำงานในพื้นที่ป่าและภูมิประเทศลาดชัน
ส่วนกิจกรรมปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติและกิจกรรมเรียนรู้ทรัพยากรในชุมชน เปิดโอกาสให้เด็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 2–3 หรืออายุประมาณ 8–9 ปีขึ้นไป ได้เข้าร่วมตามความเหมาะสม
ผลสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการเกิดแนวกันไฟหรือป้ายบอกเขตพื้นที่เท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงของเด็กและเยาวชน จากเดิมที่อาจมองป่าเป็นเพียงแหล่งทำกิน กลายเป็นความเข้าใจว่าผืนป่าจำเป็นต้องมีการแบ่งพื้นที่และจัดการอย่างสมดุล เพื่อให้ทั้งคนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้
เด็กและเยาวชนมีความตระหนักในการปกป้องทรัพยากรเพิ่มขึ้น กล้ารับบทบาทเป็นแกนนำ และมีความพร้อมในการลงพื้นที่เมื่อเกิดเหตุไฟป่าหรือพบความเสี่ยงต่อพื้นที่อนุรักษ์ พลังของเยาวชนช่วยให้การเฝ้าระวังและการตอบสนองต่อปัญหาทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยแบ่งเบาภาระของผู้นำชุมชน
ขณะเดียวกัน คนในชุมชนให้การตอบรับกิจกรรมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบการใช้พื้นที่ที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ชุมชนสามารถร่วมกันพูดคุย วางแนวทาง และหาทางออกอย่างมีส่วนร่วมมากขึ้น เด็กและเยาวชนจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “ผู้นำผู้พิทักษ์ทรัพยากร” ที่จะช่วยดูแลบ้านแม่หอยให้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต
นายรชตะ รังสฤษฎ์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนคริสตจักรแม่หอย ได้กล่าวถึงพระพรที่ได้รับจากการดำเนินโครงการเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับมูลนิธิดรุณาทรว่า
“ผมอยู่ในโครงการมา 22 กว่าปี ได้เห็นเด็กและเยาวชนของเราเป็นแกนนำหลักของชุมชนลุกขึ้นช่วยแบ่งเบาภาระของผู้นำชุมชน อย่างเช่น การลาดตระเวน การทำแนวกันไฟ และการดับไฟป่า ส่วนหนึ่งคือกำลังของเด็กและเยาวชน เพราะว่าเวลาไฟป่ามา ไม่ใช่แค่เฉพาะกลางวัน บางทีก็เป็นช่วงกลางคืนด้วย เพราะฉะนั้นแรงกายของเด็กและเยาวชน ผู้หลักผู้ใหญ่อาจจะสู้ไม่ได้ ความรวดเร็วหรือการทันเวลาจะดีกว่า ทำให้เยาวชนเป็นที่ยอมรับของชุมชนมากขึ้นครับ”
เนติธร หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้กล่าวถึงความประทับใจในกิจกรรมต่างๆที่ร่วมกันทำว่า
“เวลาที่พวกเราไปช่วยกันทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันเพลิง ที่จะเกิดในเขตอนุรักษ์ที่มีสัตว์ป่า ที่ประทับใจคือการร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำให้ผมตระหนักถึงปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวมากขึ้น เห็นคุณค่าของทรัพยากร และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากขึ้นครับ”
เช่นเดียวกับเอื้องฟ้า ได้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวผ่านกิจกรรมต่างๆมากขึ้น
“หนูมองว่าธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นสิ่งทรงสร้างของพระเจ้า พระเจ้าสร้างอย่างดี และมอบหมายไว้ให้เราเป็นผู้ดูแล หนูก็เลยมองว่านี่เป็นโอกาสที่เราจะลงมือรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของชุมชน โดยการฟื้นฟูธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ ดูแลแหล่งน้ำ และเรียนรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคนบางกลุ่ม แต่คือทุกคนที่จะใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องค่ะ”
ผู้ให้สัมภาษณ์ : นายรชตะ รังสฤษฎ์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนคริสตจักรแม่หอย
57/7 ซอย 3 ถนนทุ่งโฮเต็ล ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ : 053 266 426 ถึง 9
Email : cithpr@gmail.com