เยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
สุดเส้นทางของอำเภอแม่สะเรียง มีหมู่บ้านของพี่น้องปกาเกอะญอเล็ก ๆ ริมแม่น้ำสาละวินชื่อ “บ้านท่าตาฝั่ง” ที่ไม่ใช่แค่ภูมิประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์เท่านั้น แต่ที่นี่คือห้องเรียน แหล่งอาหาร และสิ่งทรงสร้างที่พระเจ้ามอบหมายให้มนุษย์ “ดูแลและปกป้อง”
ตั้งแต่ปี 2018 นางสาวลาหมึทอ ดั่งแดนวิมาน ครูวิทยากรโครงการศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชนคริสตจักรท่าตาฝั่งพบว่าชุมชนต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมหลายชั้น ทั้งโครงการเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน ที่อาจทำให้หมู่บ้านจมหาย การปนเปื้อนสารหนูเกินมาตรฐาน 5–10 เท่า (ตรวจพบเมื่อ ส.ค.–ก.ย. ปีที่ผ่านมา ร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ข้อจำกัดการเข้าถึงข้อมูล เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตแทบใช้ไม่ได้และผู้ปกครองหลายคนอ่านไทยไม่ออก รวมถึงประเด็นที่ดินและไร่หมุนเวียน ที่กระทบวิถีชีวิตดั้งเดิม ดังนั้น คริสตจักรจึงตั้งโจทย์ใหม่แทนที่จะปกป้องเด็กด้วยการไม่บอกถึงปัญหาที่สะสมมายาวนาน แต่ให้เล่าความจริงด้วยภาษาที่เด็กเข้าใจ



เด็ก ๆ สามารถอธิบายสิทธิของตนเองและทรัพยากรในชุมชนได้ สามารถใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ได้จริงโดยไม่หวาดกลัว และกลายเป็น “ข้อพิสูจน์” ที่ช่วยสื่อสารกับพ่อแม่ ชุมชนเปลี่ยนจากผู้รับข้อมูลเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่หน่วยงานภายนอก
นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดเครือข่ายเยาวชนสาละวิน (Salween Youth Network) สร้างแกนนำมาแล้ว 5 รุ่น มีเยาวชนเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมเวที AICHR เป็นยุวทูตสื่อสารกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำเสนอผลงานที่ฟิลิปปินส์ 2 ครั้งและเวียดนาม พร้อมร่วมออกแบบหลักสูตร Ecology Child Rights
ลักษณะกิจกรรม | จำนวนเด็กที่เข้าร่วม |
กลุ่มเด็กเล็ก (อนุบาล–ประถมต้น) | 10–20 คน/รอบ |
กลุ่มเด็กโต (ประถมปลาย–เยาวชน) | 30 คนขึ้นไป/รอบ |
ค่ายสิ่งแวดล้อม | 50–60 คน/ครั้ง |
แกนนำ Salween Youth Network | 5 รุ่น รุ่นละราว 20 คน |
เด็กและเยาวชน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนและคริสตจักร คณะครูและเจ้าหน้าที่โครงการ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิดรุณาทร (คอมแพสชัน) นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการภาคประชาชน ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน เครือข่ายเยาวชนสองฝั่งสาละวิน และเครือข่ายจากตาก เชียงใหม่ (อมก๋อย) สบเมย
“เป้าหมายในอีก 3–5 ปีข้างหน้า คือการผลักดันเสียงของเยาวชนให้ไปถึงเวทีระดับโลก ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของคนทำงานในพื้นที่ให้สื่อสารผลงานของเด็กออกไปได้ดีขึ้น ขณะที่เสียงสะท้อนจากเด็ก ๆ บอกว่าพวกเขาอยากออกไปทัศนศึกษาและเรียนรู้จากพื้นที่อื่น อยากมีกิจกรรมความร่วมมือกับเพื่อนเยาวชนอีกฝั่งชายแดน สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่างบประมาณ คือ การเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนมากขึ้น โดยไม่ตัดสินว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น เพราะคนที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ก็คือเด็กที่อยู่ตรงหน้าเราในวันนี้ค่ะ”
นางสาวลาหมึทอ ดั่งแดนวิมาน กล่าว
คำว่า “สิ่งแวดล้อม” อาจฟังดูใหญ่และไกลตัว แต่บทเรียนจากท่าตาฝั่งชวนให้เราเริ่มต้นที่คำที่เล็กกว่านั้น คือคำว่า “บ้านเกิด”
57/7 ซอย 3 ถนนทุ่งโฮเต็ล ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ : 053 266 426 ถึง 9
Email : cithpr@gmail.com