โครงการอบรมความรู้กฎหมาย และการตอบสนองเบื้องต้น
ในการต่อต้านการค้ามนุษย์และการปกป้องเด็ก

การอบรม/ข่าวประชาสัมพันธ์

มูลนิธิดรุณาทร ร่วมกับ มูลนิธิเอทเวนตี้วัน จัดอบรม โครงการการอบรมความรู้กฎหมายและการตอบสนองเบื้องต้นในการต่อต้านการค้ามนุษย์และการปกป้องเด็ก สำหรับเครือข่ายหน่วยงานปกป้องเด็กในท้องถิ่นระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมวัฒนาวิลเลจ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะให้แก่ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชน สามารถสังเกต ป้องกัน และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมโดยมี นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยวิทยากรภาครัฐ พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง, นางสาวโสภณา บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน, นายเสฏฐศิริ เธียรพิรากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักอัยการสูงสุด, นายสุรเชษฐ์ เณรบำรุง อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด, นางสาวรพีพร เณรบำรุง สว.สอบสวน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์, นายเกรียงศักดิ์ แสงทอง นิติกรปฏิบัตการ สำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน, นายอิศรา ขัติยวรา ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและวิชาการ กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายวีรพล สุจริต เจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตาก 

ผู้เข้าร่วมกว่า 70 คนได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การคุ้มครองเด็ก และแนวทางการตอบสนองเบื้องต้นเมื่อพบเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยงหรืออาจตกเป็นผู้เสียหาย พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และจัดทำแผนดำเนินงานเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและปกป้องเด็กให้สอดคล้องกับบริบทและความเสี่ยงในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งผู้เข้าร่วมเหล่านี้เป็นผู้นำเครือข่ายปกป้องเด็กจากคริสตจักรต่าง ๆ ในจังหวัดตาก และเครือข่ายมูลนิธิที่สนใจ

นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า “สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายและการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการคุ้มครองเด็ก เพื่อสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของเด็กและประชาชน รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม โดยการจัดอบรมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ คริสตจักร และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานด้านการป้องกันและคุ้มครองเด็กให้มีความเข้มแข็ง ตลอดจนพัฒนาช่องทางการประสานงานและการส่งต่อความช่วยเหลือให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

...ณรงค์ เทศวิบูลย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงพลังความร่วมมือจากภาคประชาสังคม ที่จะช่วยให้ผู้เสียหายสามารถเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและดำเนินคดีได้

“คดีค้ามนุษย์แตกต่างจากคดีอาญา การคัดกรอง คัดแยกผู้เสียหาย ต้องอาศัยทีมสหวิชาชีพซึ่งจะประกอบด้วยหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงานก็คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็จะมีความรู้ความเชี่ยวชาญแต่ละด้าน ตำรวจก็เรื่องกฏหมาย  กระทรวงพัฒนาสังคมก็ในเรื่องความคุ้มครอง กระทรวงแรงงานก็อาจจะถนัดในเรื่องกฎหมายด้านการคุ้มครองแรงงาน  ทุกหน่วยต้องร่วมกัน”

ขณะเดียวกัน รูปแบบการค้ามนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ ยิ่งทำให้การสร้างความตระหนักรู้ในระดับครอบครัวและชุมชนมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบางอาจถูกชักจูงผ่านโซเชียลมีเดีย การโฆษณา หรือการสร้างความไว้วางใจผ่านเทคโนโลยี

นางสาวโสภณา บุญหลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน สำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กล่าวว่า “เรื่องการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ต้องบอกว่ามีหลายรูปแบบ ซึ่งตอนนี้ที่เราพบมากที่สุด คือการถูกหลอกลวงไปเป็นคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ และการถูกล่อลวงไปถูกบังคับใช้แรงงาน เป็นสิ่งที่ต้องตระหนักกันมาก ลูกหลานของเราที่เป็นเยาวชนมักจะถูกชักจูงไปด้วยการโน้มน้าวด้วยหลักจิตวิทยาของขบวนการ โดยเฉพาะเยาวชนหรือประชาชนที่มีความเปราะบางทางฐานะทางเศรษฐกิจ หรือว่าถูกชักจูงในเรื่องของค่าจ้าง”

นายอนันต์ อุตตะมะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิเอทเวนตี้วัน  กล่าวว่า “การค้ามนุษย์ในปัจจุบันรูปแบบมันเปลี่ยนไป โดยการสร้างความไว้วางใจผ่านเทคโนโลยีที่เราใช้ ในเรื่องการกรูมมิ่ง หลอกลวงให้เชื่อ สิ่งที่เราต้องช่วยกันคือการให้ความรู้ สร้างความตระหนัก ให้กับทั้งเด็กและผู้สูงวัยที่อยู่ที่บ้าน”

นายอิศรา ขัติยวรา ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและวิชาการ กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า

“เราให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์  โดยยึดหลักการผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เป็นศูนย์กลาง แล้วก็เรายังยึดการดำเนินงานตามกฏหมายและตามมาตรฐานสากล ก็คือหลักการไม่ลงโทษผู้เสียหาย เราให้ความสำคัญในการที่เราให้การคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก”

นางอัมพิกา เยาว์ธานี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสนับสนุนโครงการ มูลนิธิดรุณาทร ได้กล่าวว่า “อยากจะเห็นคริสตจักรมีความตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับการปกป้องเด็กและการค้ามนุษย์ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็เป็นเรื่องที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันและร่วมมือกัน”

นางฐิติรัตน์ มันตาธรรม คริสตจักรที่ 1 แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้สะท้อนว่า “ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปต่อยอดในชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงจากการหลอกลวงและการเอารัดเอาเปรียบ”

นางสาวณัฐสุดา กาทู คริสตจักรแม่ออกฮู อ.พบพระ จ.ตาก ได้กล่าวเสริมว่า “อยากจะให้คนในพื้นที่ตระหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น อยากให้ในคนพื้นที่มีความรู้ และไม่ตกไปอยู่ในกระบวนการค้ามนุษย์เหล่านี้”

การอบรมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพให้แก่คริสตจักรท้องถิ่นและเครือข่ายหน่วยงานปกป้องเด็ก ให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และตอบสนองต่อความเสี่ยงในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

มูลนิธิดรุณาทร ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าร่วมกับองค์กรเครือข่ายและภาครัฐ ในการขับเคลื่อนงานด้าน การปกป้องสิทธิเด็กและการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างความรู้และศักยภาพให้แก่คริสตจักรท้องถิ่นและเครือข่ายในชุมชน เพื่อให้สามารถป้องกัน เฝ้าระวัง และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

cithpr@gmail.com

Social Media 

มูลนิธิดรุณาทร

57/7 ซอย 3 ถนนทุ่งโฮเต็ล ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ : 053 266 426 ถึง 9
Email : cithpr@gmail.com